การสิ้นพระชนม์ของพระเยซู – ความจริงอันน่าอัศจรรย์ 4 ประการ

Posted byThai Editor December 31, 2025 Comments:0

(English Version: “Death of Jesus – 4 Amazing Truths!”)

“ด้วยว่า พระคริสต์เช่นกันก็ได้ทนทุกข์ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะความผิดบาป คือพระองค์ผู้ชอบธรรมเพื่อผู้ไม่ชอบธรรม เพื่อพระองค์จะได้ทรงนำเราทั้งหลายไปถึงพระเจ้า ฝ่ายเนื้อหนังพระองค์ก็ทรงสิ้นพระชนม์ แต่ทรงมีชีวิตขึ้นโดยพระวิญญาณ” [1 เปโตร 3:18]‬‬

ชาร์ลส์ สเปอร์เจียน เล่าเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงอำนาจของบาปที่เหนือมนุษย์

กษัตริย์ผู้โหดร้ายเรียกราษฎรคนหนึ่งเข้าเฝ้าและตรัสถามถึงอาชีพของเขา ชายคนนั้นตอบว่า “ข้าพระองค์เป็นช่างตีเหล็ก” กษัตริย์จึงสั่งให้เขาไปทำโซ่เหล็กเส้นหนึ่งให้มีความยาวตามที่กำหนด ชายคนนั้นเชื่อฟัง หลายเดือนต่อมาเขานำ โซ่นั้นไปถวายแด่กษัตริย์

อย่างไรก็ตาม แทนที่จะได้รับคำชมในสิ่งที่เขาทำ เขากลับได้รับคำสั่งให้ทำโซ่เส้นนั้นให้ยาวเพิ่มเป็นสองเท่า เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ช่างตีเหล็กจึงนำผลงานของเขาไปถวายกษัตริย์ แต่กลับได้รับคำสั่งอีกครั้งว่า ‘จงกลับไปเพิ่มความยาวอีกเป็นสองเท่า!’ เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุด จอมเผด็จการผู้ชั่วร้ายนั้น ก็สั่งให้ล่ามชายคนนั้นด้วยโซ่ที่เขาสร้างขึ้นเอง และโยนชายผู้น่าสงสารเข้าไปในเตาไฟที่ลุกโชน”

สเปอร์เจียนกล่าวเสริมว่า “นั่นคือสิ่งที่มารซาตานทำกับมนุษย์ มันทำให้พวกเขาตีโซ่ตรวนของตัวเอง แล้วมัดมือมัดเท้าพวกเขาด้วยโซ่นั้น แล้วโยนพวกเขาเข้าไปในความมืดภายนอก”

เช่นเดียวกับกษัตริย์ผู้โหดร้าย บาปเรียกร้องเก็บราคาอันน่าสะพรึงกลัวจากผู้รับใช้ของมัน พระคัมภีร์กล่าวว่า “ค่าจ้างของความบาปคือความตาย” [โรม 6:23]   อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือส่วนสุดท้ายของข้อพระคัมภีร์นี้:: “ของประทานจากพระเจ้า คือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” และเพื่อจะประทานชีวิตนิรันดร์แก่เรา พระเยซูคริสต์จึงต้องสิ้นพระชนม์  จาก1 เปโตร 3:18 มอบความจริงอันน่าอัศจรรย์ 4 ประการเกี่ยวกับความตายของพระองค์ ซึ่งเปิดเผยว่าเหตุใดความตายของพระองค์จึงเป็นความตายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

  1. มีเอกลักษณ์เฉพาะ “เพราะพระคริสต์ทรงทนทุกข์เพียงครั้งเดียวเพื่อบาป” พระคริสต์ไม่เคยทำบาปใดๆ [1 ยอห์น 3:5] กระนั้น ด้วยความรักและการเชื่อฟังพระบัญ ญัติของพระเจ้าอย่างแท้จริง พระองค์จึงสิ้นพระชนม์เพื่อคนบาป นั่นคือสิ่งที่ทำให้การสิ้นพระชนม์ของพระองค์มีเอกลักษณ์เฉพาะ พระองค์ผู้ไม่เคยทำบาปใดๆ เลย ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อคนบาปเช่นคุณและผม
  1. สมบูรณ์แบบ “ครั้งเดียวเพื่อบาป” วลี “ครั้งเดียวเพื่อบาป” หมายถึง ครั้งเดียวและจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก ไม่จำเป็นต้องถวายสัตว์เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปอีกต่อไป บนไม้กางเขนพระเยซูตรัสว่า “สำเร็จแล้ว” [ยอห์น 19:30] คำนี้หมายความว่าบาปได้รับการชำระเต็มจำนวน ไม่ใช่ 50%, ไม่ใช่ 99%, แต่ชำระ 100%  สำเร็จแล้ว หมายถึง – ภาระกิจแห่งความรอด – สำเร็จสมบูรณ์บนไม้กางเขน การสิ้นพระชนม์ของพระองค์สมบูรณ์แบบเพราะพระองค์ สิ้นพระชนม์เพื่อบาปของเราเพียงครั้งเดียว
  1. เป็นการแทนที่ “คนชอบธรรมแทนคนอธรรม” นี่คือหนึ่งในข้อความสำคัญที่สุดที่เคยบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ กระบวนการนี้เรียกว่า การใส่ความ  หรือ การชดใช้แทน กล่าวคือ บุคคลหนึ่งได้รับผลกระทบเพราะการกระทำของอีกคนหนึ่ง [2 โครินธ์ 5:21] พระเยซูในฐานะผู้แทนของเรา ทรงรับโทษทัณฑ์แทนเราและสิ้นพระชนม์แทนเรา เพื่อให้เรารอดพ้นจากโทษทัณฑ์ ที่เราสมควรได้รับสำหรับบาปของเรา เมื่อเราหันหลังให้กับบาปของเรา ยอมรับการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เพื่อไถ่บาปของเรา และต้อนรับพระองค์เป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเรา [โรม 1:17, กิจการ 3:19, 1 โครินธ์ 15:1-3, โรม 10:9, กิจการ 4:12]
  1. เป็นการแทนที่อย่างมีจุดมุ่งหมาย “เพื่อนำท่านทั้งหลายมาหาพระเจ้า พระองค์ถูกประหารชีวิตในกายมนุษย์ เพื่อทรงทำให้เรามีชีวิตในฝ่ายพระวิญญาณ” พระเยซูคือผู้ที่นำคนบาปกลับมา “หาพระเจ้า” และสิ่งนี้เกิดขึ้นก็เพราะพระเยซู “ถูกประหารชีวิตในกายมนุษย์” อย่างไรก็ตาม ความตายไม่ใช่จุดจบ เพราะพระเจ้าทรงยอมรับการเสียสละอันสมบูรณ์ แบบของพระองค์ พระองค์จึงทรงชุบพระเยซูให้เป็นขึ้นจากความตายโดยทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ ดังที่ปรากฏในวลีที่ว่า “ทรงมีชีวิตในพระวิญญาณ” การคืนพระชนม์ของพระเยซูแสดงให้เห็นว่าความตายของพระองค์มีจุดมุ่งหมาย คือนำเรา มาหาพระเจ้า และด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถมีชีวิตนิรันดร์ได้

ดังนั้น เราจึงได้รู้ความจริงอันน่าอัศจรรย์ 4 ประการเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู นั่นคือ ความตายที่มีเอกลักษณ์, สมบูรณ์แบบ, เป็นการแทนที่, และมีจุดมุ่งหมาย เราจะไม่รักและเทิดทูนพระเยซูผู้ทรงสละพระองค์เองเพื่อเราได้อย่างไร?

ไซรัส ผู้ก่อตั้งจักรวรรดิเปอร์เซีย เคยจับกุมเจ้าชายองค์หนึ่งและครอบครัวของเขาไว้ได้ เมื่อพวกเขามาเฝ้า กษัตริย์ตรัสถามนักโทษว่า “ท่านจะให้สิ่งใดแก่ข้าพเจ้า หากข้าพเจ้าปล่อยท่านไป”  เจ้าชายตอบว่า “ครึ่งหนึ่งของทรัพย์สมบัติของข้าพเจ้า” “และหากข้าพเจ้าปล่อยบุตรธิดาของท่านไป” “ทุกสิ่งที่ข้าพเจ้ามี” “และหากข้าพเจ้าปล่อยภรรยาของท่านไป” “ฝ่าบาท ข้าพเจ้าจะสละตัวข้าพเจ้าเอง”

ไซรัสซาบซึ้งในความอุทิศตนของเจ้าชายมากจนทรงปล่อยพวกเขาทั้งหมด ขณะที่พวกเขากลับถึงบ้าน เจ้าชายตรัสกับภรรยาของเขาว่า “ไซรัสเป็นชายรูปงามมิใช่หรือ!” เธอกล่าวด้วยความรักอย่างลึกซึ้งต่อสามีว่า “หม่อมฉันไม่ทันสังเกต เพราะได้แต่เฝ้ามองท่าน ผู้ที่ยอมสละพระองค์เพื่อหม่อมฉัน

ขอให้เรามองจดจ่อมองที่พระเยซูผู้ทรงรักเราและทรงสละพระองค์เองเพื่อเรา [กท. 2:20] – แม้ในขณะที่เรายังเป็นศัตรูของพระองค์!

และหากคุณยังไม่เคยหันกลับมาหาพระเยซู พระคริสต์ผู้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อบาปของคุณ ผมขอวิงวอนให้คุณละทิ้งบาป และด้วยความเชื่อ จงยอมรับพระเยซูผู้ทรงจ่ายค่าไถ่บาปของคุณ และต้อนรับพระองค์เป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดในชีวิต ของคุณ

Category

Leave a Comment