ผู้เป็นสุข – ตอนที่ 1 – บทนำ
(English Version: The Beatitudes Part 1-Introduction)
เป็นไปได้ว่า คำเทศนาที่โด่งดังที่สุดที่พระเยซูทรงตรัสสั่งสอนคือ “คำเทศนาบนภูเขา” ซึ่งมีทั้งหมด 3 บท [มัทธิว 5-7] ตอนต้นของคำเทศนานั้นอยู่ในมัทธิว 5:3-12 ซึ่งมักถูกเรียกว่าคำเทศนาเรื่อง ‘ผู้เป็นสุข’ พระธรรมตอนนี้ระบุถึงทัศนคติ 8 ประการที่ควรมีในชีวิตของทุกคนที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ติดตามพระคริสต์ เราจะมาพิจารณาดูทัศนคติทั้ง 8 ประการนี้ ในชุดบทความซีรี่ย์ผู้เป็นสุข โดยเริ่มจากบทนำก่อน
มัทธิว 5:3-12
3“บุคคลผู้ใดรู้สึกบกพร่องฝ่ายจิตวิญญาณ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะอาณาจักรแห่งสวรรค์เป็นของเขา 4บุคคลผู้ใดโศกเศร้า ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับการทรงปลอบประโลม 5บุคคลผู้ใดมีใจอ่อนโยน ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับแผ่นดินโลกเป็นมรดก 6บุคคลผู้ใดหิวกระหายความชอบธรรม ผู้นั้นเป็นสุขเพราะว่าเขาจะได้อิ่มบริบูรณ์ 7บุคคลผู้ใดมีใจกรุณา ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับพระกรุณา 8บุคคลผู้ใดมีใจบริสุทธิ์ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้เห็นพระเจ้า 9บุคคลผู้ใดสร้างสันติ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าจะได้เรียกเขาว่าเป็นบุตรของพระเจ้า 10บุคคลผู้ใดต้องถูกข่มเหงเพราะเหตุความชอบธรรม ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์เป็นของเขา 11เมื่อเขาจะติเตียนข่มเหงและนินทาว่าร้ายท่านทั้งหลายเป็นความเท็จเพราะเรา ท่านก็เป็นสุข 12จงชื่นชมยินดีอย่างเหลือล้น เพราะว่าบำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์ เพราะเขาได้ข่มเหงศาสดาพยากรณ์ทั้งหลายที่อยู่ก่อนท่านเหมือนกัน”
ในปี ค.ศ. 1888 ฟรีดริช นีทเชอ ได้เขียนหนังสือที่ต่อต้านความเชื่อของคริสเตียนอย่างมาก โดยใช้ชื่อหนังสืออย่างสร้างสรรค์แกมประชดประชันว่า “ผู้ต่อต้านพระคริสต์ (The Anti-Christ)” เขาได้ตั้งคำถามและตอบคำถามต่างๆ ดังต่อไปนี้:
คำถาม: “อะไรคืออันตรายยิ่งกว่าความชั่วร้ายใดๆ?”
คำตอบ: “ความเห็นอกเห็นใจอย่างจริงจังต่อผู้อ่อนแอและไร้ศีลธรรม –คือความเชื่อแบบคริสเตียน”
นีทเชอได้นิยามความดีว่า “ทุกสิ่งที่เพิ่มพูนความรู้สึกถึงอำนาจ, ความปรารถนาที่จะมีอำนาจ, พลังในตัวมนุษย์” และเขาได้นิยามความชั่วว่า “ทุกสิ่งที่เกิดจากความอ่อนแอ” [ดักลาส ฌอน โอ’ดอนเนลล์, Preaching the Word, มัทธิว 5:3-10]
ผู้คนทั่วโลกย่อมเห็นด้วยกับคำนิยามของเขา โดยธรรมชาติแล้ว คนที่ไม่มีพระเยซูมักพยายามจะหลีกเลี่ยงความอ่อนแอทุกประเภท แต่กระนั้น ในมัทธิว 5:3-12 ตามที่พระเยซูตรัส จุดอ่อนเหล่านี้ควรเป็นเครื่องหมายของลักษณะชีวิตของทุกคนที่ประกาศตนว่าติดตามพระองค์ – ทำไมน่ะหรือ? เพราะมันเป็นวิถีทางที่จะได้สัมผัสกับพระพรของพระเจ้า ได้รับการยอมรับจากพระองค์ – แม้ว่าจะเป็นวิถีชีวิตที่โลกจะส่ายหัวและเยาะเย้ยเราก็ตาม กล่าวอีกนัยหนึ่ง พระเยซูกำลังทรงเรียกเราให้ดำเนินชีวิตแบบทวนกระแสวัฒนธรรมโลก!
มัทธิว 5:3-12 มักใช้คำว่า “ผู้เป็นสุข” คำว่า “เป็นสุข” มาจากคำในภาษาละติน ซึ่งแปลว่า “ผู้รับพระพร” นักเขียนท่านหนึ่งเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “ทัศนคติของผู้เป็นสุข” ซึ่งควรเป็นเครื่องหมายของผู้ติดตามพระเยซูอย่างแท้จริง ผมเห็นด้วย! และมี 8 ทัศนคติที่ระบุไว้ในส่วนนี้ – ข้อ 10-12 อธิบายถึงทัศนคติหนึ่ง นั่นคือการอดทนต่อการข่มเหง – แม้ว่าคำว่า “เป็นสุข” จะปรากฏทั้งในข้อ 10 และ 11
ลองสังเกตดู ทัศนคติแต่ละอย่างจะมีคำว่า “เป็นสุข” กำกับอยู่ ซึ่งปรากฏถึง 9 ครั้ง บางฉบับแปลคำนี้ว่า “สุขสันต์” หรือ “โปรดปราณ” แต่คำนี้อาจไม่สามารถอธิบายภาพรวมทั้งหมดได้เท่ากับคำว่า “เป็นสุข” ทำไมน่ะเหรอ? มีเหตุผล 2 ข้อ
เหตุผล # 1. สุขสันต์หมายถึงสภาวะทางจิตใจของบุคคล ซึ่งก็คือ – ความรู้สึกของพวกเขา – ในขณะที่พระเยซูตรัสสอน พระองค์ไม่ใช้ความรู้สึกเป็นหลัก ทรงตรัสด้วยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งที่พระเจ้าคิดเกี่ยวกับพวกเขา และพระเจ้าทรงยอมรับพวกเขาตามลักษณะต่างๆ เช่น จิตใจที่ย่ำแย่ โศกเศร้า ฯลฯ นั่นเป็นเหตุผลที่ผมชอบใช้คำว่า “เป็นสุข” มากกว่า
เหตุผล # 2. ผมชอบคำว่าเป็นสุข เพราะวัฒนธรรมของโลกนั้นเข้าใจคำว่า “สุขสันต์” ได้ดีอยู่แล้ว วัฒนธรรมของเราเปรียบความสุขสันต์กับความรู้สึกมีสุขที่เกิดจากสถานการณ์ทางโลก ในขณะที่ผู้ที่เป็นสุขได้รับการยอมรับจากพระเจ้า เขาจะมีความสุขและชื่นชมยินดี มันเป็นความสุขอีกแบบหนึ่งที่แตกต่างจากสิ่งที่โลกให้ มันเป็นความรู้สึกที่มาจากความพอพระทัยและการยอมรับจากพระเจ้า – ไม่ว่าพวกเขาจะเผชิญกับสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม แม้ในช่วงเวลาที่ถูกข่มเหงและทุกข์ทรมาน ผู้เชื่อก็ยังคงอยู่ในสภาพที่ดีเพราะได้รับการยอมรับจากพระเจ้า – แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รู้สึกสุขสันต์ก็ตาม ดังนั้น ผมจึงชอบใช้คำว่า “เป็นสุข” มากกว่า
สุดท้ายแล้ว ไม่สำคัญเลยว่าเราจะใช้คำว่า “เป็นสุข” หรือ “ความสุข” ตราบใดที่เราเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า “เป็นสุข” หรือ “ความสุข”
ตอนนี้มาแยกแยะองค์ประกอบของผู้เป็นสุขกัน ผู้เป็นสุขแต่ละข้อมีองค์ประกอบ 3 อย่าง ประการแรกคือสาเหตุของการเป็นสุขนั้น [“รู้สึกบกพร่องฝ่ายจิตวิญญาณ” – มัทธิว 5:3ก], ประการที่สองคือผลที่ได้รับตามมาคือพระพร [“การเป็นสุข” – มัทธิว 5:3ข], และสุดท้ายคือรางวัลสำหรับการมีทัศนคติจากประการแรก [“อาณาจักรแห่งสวรรค์เป็นของเขา” – มัทธิว 5:3ค]
นี่เป็นแก่นเรื่องหลักของ “ผู้เป็นสุข” : การได้รับประสบการณ์ที่เป็นพระพรแห่ง “อาณาจักรสวรรค์” ทั้งในปัจจุบันและอย่างเปี่ยมล้นในอนาคต ซึ่งมาจากข้อความที่ว่า “อาณาจักรแห่งสวรรค์เป็นของเขา” ที่ปรากฏอยู่ท้ายข้อ 3 และ 10! คำว่า “เป็นของเขา” หมายถึงการครอบครองในปัจจุบัน
จะเห็นได้ว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์มีทั้งองค์ประกอบในปัจจุบันและองค์ประกอบในอนาคต ดังที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ในพันธสัญญาเดิม องค์ประกอบในอนาคตหมายถึงอาณาจักรทางกายภาพที่พระเยซูจะทรงสถาปนาขึ้นเมื่อพระองค์เสด็จกลับมายังโลก อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งในปัจจุบัน ผู้เชื่อที่แท้จริงก็ได้รับพรทางวิญญาณบางประการ นั่นคือ ผู้ที่อยู่ภายใต้การทรงนำหรือใต้การปกครองของจอมกษัตริย์องค์เยซู
สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าการเป็นสุขแห่งอาณาจักรสวรรค์นั้นสงวนไว้เฉพาะผู้ที่มีทัศนคติ 8 ประการนี้ในชีวิตประจำวัน อันเป็นผลมาจากการได้รับความรอด และมีพระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตอยู่ในพวกเขาเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้เชื่อจะแสดงทัศนคติเหล่านี้ทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบตลอดเวลาแม้จะมีพระวิญญาณสถิตอยู่ใน ผู้เชื่อก็ตาม ซึ่งน่าเศร้าที่บรรดาคริสเตียนมักจะบกพร่องต่อทัศนคติวิถีชีวิตเช่นนี้บ่อยๆ
กระนั้น การแสวงหาวิถีชีวิตที่บรรยายไว้ในมัทธิวนนี้ ไม่เพียงแต่เฉพาะเรื่องการเป็นสุขเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพระธรรมเทศนาบนภูเขาทั้งหมดด้วย พระวจนะนี้ควร [และต้อง] ครอบงำคริสเตียนทุกคนที่ดำรงชีวิตภายใต้การปกครองของจอมกษัตริย์องค์เยซูบนแผ่นดินโลก แม้ว่าผู้เชื่อจะไม่มีทางบรรลุเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์ในโลกนี้ แต่พวกเขาก็ยังต้องแสวงหามันอย่างสุดหัวใจ ดังที่แฮดดอน โรบินสัน ผู้ล่วงลับ ได้กล่าวไว้อย่างถูกต้องในหนังสือ What Jesus Said About Successful Living ว่า “พระเจ้าทรงสนพระทัยในกระบวนการมากกว่าการประสบความสำเร็จ การไล่ตามเป้าหมายนั้นย่อมมีรางวัลในตัวมันเอง”
ดังนั้น เมื่อเป็นดังกล่าว เราจะมาดูพระพรของผู้เป็นสุขข้อแรกในโพสต์ถัดไป! แต่ตอนนี้ ทำไมไม่ลองอธิษฐานอย่างจริงจังด้วยตนเอง และขอพระเจ้าทรงทำให้คุณไม่เพียงแต่จะมีความปรารถนาทัศนคติเช่นนั้น แต่จะทรงนำทำให้คุณดำเนินชีวิตแบบนี้ได้อย่างต่อเนื่องด้วยเล่า?
