ผู้เป็นสุขหรือผู้ได้รับพระพร – ผู้รู้สึกบกพร่องฝ่ายจิตวิญญาณจะเป็นสุข

Thai Editor February 21, 2026 Comments:0

(English Version: The Beatitudes – Blessed are the Poor in Spirit) นี่เป็นบทความที่ 2 ในชุดซีรี่ย์บทความเกี่ยวกับผู้เป็นสุข  ที่มาจากพระธรรมมัทธิว 5:3-12 ซึ่งพระเยซูเจ้าทรงอธิบายถึงทัศนคติ 8 ประการที่ควรมีในชีวิตของผู้เชื่อทุกคนที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ติดตามพระองค์ ********************************************** องค์พระเยซูเจ้าทรงเริ่มต้นคำเทศนาบนภูเขาด้วยถ้อยคำอันน่าทึ่งว่า “บุคคลผู้ใดรู้สึกบกพร่องฝ่ายจิตวิญญาณ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะอาณาจักรแห่งสวรรค์เป็นของเขา” [มัทธิว 5:3] “บกพร่องฝ่ายวิญญาณ” คือทัศนคติขั้นพื้นฐาน ในขณะที่โลกยกย่องผู้ที่มีจิตวิญญาณเข้มแข็ง พระคัมภีร์กลับเรียกร้องให้ผู้เชื่อแสดงความบกพร่องฝ่ายจิตวิญญาณ นั่นคือการดำเนินชีวิตแบบทวนกระแสวัฒนธรรมของโลกนี้! เราต้องเข้าใจว่าความรู้สึก “บกพร่องฝ่ายจิตวิญญาณ” ไม่ได้หมายถึงคนที่มีจิตใจอ่อนแอหรืออ่อนแอในความเชื่อ และไม่ใช่หมายถึงการพูดว่า “ฉันไม่มีค่าเลย”  แต่ขณะเดียวกัน ในทางตรงกันข้าม มันคือการเชื่อและพูดว่า “พระเจ้า… ข้าพระองค์ไม่มีปัญญาหรือความสามารถใดๆ ที่จะดำเนินชีวิตตามมาตรฐานของพระองค์เลย ข้าพระองค์ไม่มีสิ่งที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตตามที่พระองค์ทรงเรียกให้ข้าพระองค์เป็น! ข้าพระองค์ต้องการพระองค์ในทุกสิ่ง ข้าพระองค์พึ่งพาพระองค์ในทุกสิ่ง นอกจากพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ก็พินาศฝ่ายจิตวิญญาณ!” คุณจะเห็นว่าคำภาษากรีกที่แปลว่า “บกพร่อง” คือหมายถึงความยากจน ถูกใช้เพื่ออธิบายถึงคนที่ไม่มีทรัพยากรทางวัตถุใดๆ…

ผู้เป็นสุขหรือผู้ได้รับพระพร – บทนำ

Thai Editor February 8, 2026 Comments:0

(English Version: The Beatitudes – Introduction) เป็นไปได้ว่า คำเทศนาที่โด่งดังที่สุดที่พระเยซูทรงตรัสสั่งสอนคือ “คำเทศนาบนภูเขา”  ซึ่งมีทั้งหมด 3 บท [มัทธิว 5-7] ตอนต้นของคำเทศนานั้นอยู่ในมัทธิว 5:3-12 ซึ่งมักถูกเรียกว่าคำเทศนาเรื่อง  ‘ผู้เป็นสุข’  พระธรรมตอนนี้ระบุถึงทัศนคติ 8 ประการที่ควรมีในชีวิตของทุกคนที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ติดตามพระคริสต์ เราจะมาพิจารณาดูทัศนคติทั้ง 8 ประการนี้ ในชุดบทความซีรี่ย์ผู้เป็นสุข  โดยเริ่มจากบทนำก่อน มัทธิว 5:3-12 3“บุคคลผู้ใดรู้สึกบกพร่องฝ่ายจิตวิญญาณ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะอาณาจักรแห่งสวรรค์เป็นของเขา 4บุคคลผู้ใดโศกเศร้า ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับการทรงปลอบประโลม 5บุคคลผู้ใดมีใจอ่อนโยน ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับแผ่นดินโลกเป็นมรดก 6บุคคลผู้ใดหิวกระหายความชอบธรรม ผู้นั้นเป็นสุขเพราะว่าเขาจะได้อิ่มบริบูรณ์ 7บุคคลผู้ใดมีใจกรุณา ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับพระกรุณา 8บุคคลผู้ใดมีใจบริสุทธิ์ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้เห็นพระเจ้า 9บุคคลผู้ใดสร้างสันติ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าจะได้เรียกเขาว่าเป็นบุตรของพระเจ้า 10บุคคลผู้ใดต้องถูกข่มเหงเพราะเหตุความชอบธรรม ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์เป็นของเขา…

จงให้การอธิษฐานเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในคริสตจักรและในชีวิตส่วนตัวของเรา

Thai Editor February 8, 2026 Comments:0

(English Version:  “Giving Prayer A Higher Priority In Our Churches And In Our Personal Lives”) มีคำกล่าวที่ว่า “คุณสามารถบอกได้ว่าคริสตจักรเป็นที่นิยมแค่ไหนโดยดูจากจำนวนคนที่มาในเช้าวันอาทิตย์ คุณสามารถบอกได้ว่าศิษยาภิบาลหรือนักเทศเป็นที่นิยมแค่ไหนโดยดูจากจำนวนคนที่มาในคืนวันอาทิตย์ แต่คุณสามารถบอกได้ว่าพระเยซูเป็นที่นิยมแค่ไหนโดยดูจากคนที่มาเข้าร่วมการประชุมอธิษฐาน”  ดังนั้น คำถามสำหรับผู้เชื่อแต่ละคนคือ “พระเยซูเป็นที่นิยมแค่ไหนในคริสตจักรที่ฉันเข้าร่วม?” และเพื่อให้พระเยซูเป็นที่นิยมในคริสตจักรแต่ละแห่งของเรา พระองค์ควรเป็นที่นิยมในชีวิตของเราก่อนเป็นอันดับแรก กล่าวอีกนัยหนึ่ง ชีวิตการอธิษฐานส่วนตัวของเรามีอิทธิพลสำคัญต่อชีวิตการอธิษฐานของคริสตจักร บางทีข้อพระวจนะที่อ้างถึงการอธิษฐานข้างล่างเหล่านี้ ซึ่งทั้งหมดมาจากหนังสือพระธรรมกิจการ อาจส่งเสริมให้คริสตจักรและตัวเราเองทำให้พระเยซูเป็นที่นิยม โดยให้ความสำคัญกับการอธิษฐานมากขึ้น กิจการ 1:14 “พวกเขาร่วมใจกันอธิษฐานอ้อนวอนต่อเนื่องพร้อมกับพวกผู้หญิง และมารีย์มารดาของพระเยซูและพวกน้องชายของพระองค์ด้วย” กิจการ 1:24-25 “24แล้วพวกสาวกจึงอธิษฐานว่า “พระองค์เจ้าข้า ผู้ทรงทราบใจของมนุษย์ทั้งปวง ขอทรงสำแดงว่าในสองคนนี้พระองค์ทรงเลือกคนไหน ให้รับส่วนในการปรนนิบัตินี้ 25และรับตำแหน่งเป็นอัครสาวกแทนยูดาส ซึ่งโดยการละเมิดนั้นได้หลงจากหน้าที่ไปยังที่ของตน”” กิจการ 2:42 “พวกเขาอุทิศตนในคำสอนของอัครสาวกและการสามัคคีธรรม การหักขนมปังและการอธิษฐาน” “เขาทั้งหลายได้ตั้งมั่นคงอยู่ในคำสอนของจำพวกอัครสาวก และในการสามัคคีธรรม และร่วมใจกันในการหักขนมปัง…

มาเถิด ให้เราสำรวจตนเองใน 22 ประการ

Thai Editor January 23, 2026 Comments:0

(English Version: “Come Let Us Examine Ourselves In 22 Areas”) ในโคโลสี 3:1-4:6 เปาโลได้ระบุคุณลักษณะประมาณ 22 ประการที่เราควรปรารถนา มุ่งมั่น ที่จะมีอยู่ในชีวิตของคริสเตียนทุกคน ให้เราใช้เวลาทบทวนชีวิตของเราในแต่ละประการ และเมื่อจำเป็น ให้เราสารภาพบาปต่อพระเจ้าหากเราขาดในสิ่งหนึ่งสิ่งใด ทูลขอให้พระองค์ช่วยให้เรากลับใจ และแก้ไขสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้อง ฝักใฝ่ในฝ่ายโลก [โคโลสี 3:2 “จงให้ความคิดของท่านจดจ่ออยู่กับสิ่งเบื้องบน ไม่ใช่สิ่งฝ่ายโลก”]   ความบริสุทธิ์ทางเพศ [โคโลสี 3:5 “เหตุฉะนั้นจงประหารโล… การผิดศีลธรรมทางเพศ ความโสมม ราคะตัณหา”]   ความโลภ [โคโลสี 3:5 “เหตุฉะนั้นจงประหาร…ความโลภ”]   ความโกรธ [โคโลสี 3:8 “จงกำจัดสิ่งทั้งปวงต่อไปนี้ให้หมดจากตัวท่านคือ ความโกรธ ความเกรี้ยวกราด”]   คำพูดหยาบคาย [โคโลสี…

อันตรายของความเย่อหยิ่ง

Thai Editor January 23, 2026 Comments:0

(English Version:  “Dangers of Pride”) ในปี ค.ศ. 1715 พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสเสด็จสวรรคต กษัตริย์พระองค์นี้ทรงสถาปนาพระองค์เองว่าเป็น “มหาราชผู้ยิ่งใหญ่” และทรงโอ้อวดอย่างภาคภูมิใจว่า “เราคือรัฐ!”  ในสมัยของพระองค์ ราชสำนักของพระองค์เป็นราชสำนักที่งดงามที่สุดในยุโรป พระศพของพระองค์ก็ออกแบบมาเพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ และมันช่างงดงามตระการตาเกินบรรยาย พระศพของพระองค์บรรจุอยู่ในโลงศพทองคำ และเพื่อเน้นย้ำถึงความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ผู้ล่วงลับโดยเฉพาะ จึงมีคำสั่งให้จุดไฟในมหาวิหารอย่างสลัวๆ แต่วางเทียนเล่มพิเศษที่สว่างไสวไว้เหนือโลงศพของพระองค์ ฝูงชนจำนวนมากที่มารวมตัวกันเพื่อร่วมพิธีศพต่างรอคอยอย่างเงียบเชียบ จากนั้น มัสซิลลอน ซึ่งต่อมาได้เป็นบิชอปแห่งแคลร์มอนต์ ได้เอื้อมมือลงไปดับเทียนเล่มพิเศษนั้นอย่างช้าๆ แล้วกล่าวว่า “มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่!” เราทุกคนจำเป็นต้องจดจำความจริงอันเรียบง่ายนี้ไว้เสมอ นั่นคือ พระเจ้าเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่ พระองค์เท่านั้นที่จะได้รับการเชิดชูและยกย่องให้สูงส่งเหนือทุกสรรพสิ่ง พระองค์คือพระผู้สร้าง เราคือผู้ถูกสร้างซึ่งถูกกำหนดให้มานมัสการพระองค์! อย่างไรก็ตาม แทนที่จะบูชาพระเจ้าที่แท้จริง เรากลับหันไปบูชาตนเอง เพราะตกเป็นเหยื่อของบาป โดยเฉพาะอย่างยิ่งบาปแห่งความเย่อหยิ่ง หากมีบาปหนึ่งที่ทำลายจิตวิญญาณของผู้คนมากกว่าบาปอื่นใด บาปนั้นก็คือบาปแห่งความเย่อหยิ่ง เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความเย่อหยิ่งนั้นแอบแทรกซึมอยู่ในทุกอนูทุกหนทุกแห่ง และความจริงก็คือ ความหยิ่งเย่อหยิ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ มันมีมาตั้งแต่แรกในสวนเอเดนแล้ว ในบทความนี้ เรามาพิจารณาถึงอันตรายของความเย่อหยิ่งและการเยียวยามันให้หายไป โดยจากการตั้งคำถามและคำตอบง่ายๆ…

ความทุกข์ทรมาน 3 ประการบนกางเขนของพระเยซู

Thai Editor January 7, 2026 Comments:0

(English Version:  “3 Cross-Related Sufferings of Jesus – Physical, Spiritual and Emotional”) พระเยซูเจ้าของเราต้องพบกับความทุกข์ทรมานบนโลกนี้อย่างแสนสาหัส  ในบทความนี้เราจะเน้นไปที่ความทุกข์ทรมาน 3 ทางที่พระองค์ทรงผจญ ทั้งก่อนและบนไม้กางเขนขณะที่พระองค์ทรงไถ่เราให้รอดโดยการหลั่งพระโลหิตของพระองค์  ความทุกข์ทรมานทั้ง 3 ทางนี้ ได้แก่ ทางร่างกาย  ทางจิตวิญญาณ  และทางอารมณ์ 1. ความทุกข์ทรมานทางร่างกาย ผู้เชื่อพระคัมภีร์มีแนวโน้มที่จะไม่พูดถึงความทุกข์ทรมานทางกายของพระเยซูมากนัก  ผมนึกออก 2 เหตุผลว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เหตุผล # 1 พระคัมภีร์เองไม่ได้ให้รายละเอียดมากนักเกี่ยวกับวิธีการตรึงกางเขน นอกจากเพียงกล่าวว่า “พวกเขาตรึงพระองค์ที่กางเขน” [มก. 15:24] และเนื่องจากพระเจ้าเองไม่ได้ให้รายละเอียดมากนักเกี่ยวกับวิธีการประหารชีวิตแบบนี้ในพระคัมภีร์ เราจึงมักจะมองข้ามไป เหตุผล # 2 แม้ว่าความทุกข์ทรมานทางกายของพระเยซูจะเป็นสิ่งที่เลวร้ายอย่างแน่นอน แต่ก็ยังไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะแม้แต่มนุษย์คนอื่นๆ ก็เคยประสบกับประสบการณ์เดียวกันในสมัยนั้น ดังนั้นเราจึงละเลยรายละเอียดเกี่ยวกับการตรึงกางเขนไป แต่ผมคิดว่าเราน่าจะใช้เวลาสักครู่เพื่อทำความเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับความโหดร้ายของการตรึงกางเขน เพราะนั่นคือวิธีที่พระเยซูถูกประหารชีวิต…

การใช้เวลาเฝ้าเดี่ยวอย่างมีความหมายกับพระเจ้า

Thai Editor January 7, 2026 Comments:0

(English Version:  How To Have A Meaningful Quiet Time With The Lord) เย็นวันหนึ่ง วิทยากรท่านหนึ่งซึ่งมาเยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อนานมาแล้วต้องการใช้โทรศัพท์ เขาเข้าไปในตู้โทรศัพท์ แต่พบว่ามัน แตกต่างจากตู้โทรศัพท์ในประเทศของเขาเอง ฟ้าเริ่มมืดลง เขาหาเบอร์ในสมุดโทรศัพท์ได้ยากขึ้น เขาสังเกตเห็นหลอดไฟ ข้างบน แต่ไม่รู้ว่าจะเปิดมันอย่างไร ขณะที่เขาพยายามหาเบอร์โทรศัพท์อีกครั้งท่ามกลางแสงพลบค่ำที่กำลังจะหมดลง ผู้คนที่เดินผ่านไปมาสังเกตเห็นความทุลักทุเลของเขา จึงพูดว่า “คุณครับ ถ้าต้องการเปิดไฟ คุณต้องปิดประตู” แสงสว่างส่องเข้ามาในตู้โทรศัพท์นั้น ทำให้ผู้มาเยือนประหลาดใจและพอใจเมื่อเขาปิดประตู ไม่นานเขาก็หาเบอร์โทรศัพท์เจอและโทรออก ในทำนองเดียวกัน เราต้องปิดกั้นชีวิตที่วุ่นวายและเข้าไปอยู่ในที่เงียบๆ เพื่อให้พระเจ้าส่องสว่างในใจเรา กระนั้น คริสเตียน หลายคนมักละเลยวินัยฝ่ายจิตวิญญาณที่สำคัญนี้ ผมหวังว่าบทความนี้จะกระตุ้นให้คริสเตียนฝึกฝนวินัยนี้อย่างสม่ำเสมอ โดยการถามและตอบคำถามสี่ข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เราจะพิจารณาคำถามเหล่านี้ ขอให้เราระลึกถึงความจริงสำคัญประการหนึ่ง ว่าการเฝ้าเดี่ยวไม่ใช่หนทางที่จะได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า แต่เป็นหลักฐานที่แสดงถึงความรักและการพึ่งพาพระเจ้า ผู้แสนดีของเรา เราไม่ได้พึ่งการกระทำเพื่อรับพระคุณ แต่เราพึ่งพระคุณเพื่อมีการกระทำ กล่าวอีกนัยหนึ่ง สถานะที่ถูกต้อง ของเราต่อพระพักตร์พระเจ้าเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการกลับใจจากบาปและความเชื่อในพระโลหิตของพระคริสต์ที่หลั่งเพื่อบาปของ…

การสิ้นพระชนม์ของพระเยซู – ความจริงอันน่าอัศจรรย์ 4 ประการ

Thai Editor December 31, 2025 Comments:0

(English Version: “Death of Jesus – 4 Amazing Truths!”) “ด้วยว่า พระคริสต์เช่นกันก็ได้ทนทุกข์ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะความผิดบาป คือพระองค์ผู้ชอบธรรมเพื่อผู้ไม่ชอบธรรม เพื่อพระองค์จะได้ทรงนำเราทั้งหลายไปถึงพระเจ้า ฝ่ายเนื้อหนังพระองค์ก็ทรงสิ้นพระชนม์ แต่ทรงมีชีวิตขึ้นโดยพระวิญญาณ” [1 เปโตร 3:18]‬‬ ชาร์ลส์ สเปอร์เจียน เล่าเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงอำนาจของบาปที่เหนือมนุษย์ กษัตริย์ผู้โหดร้ายเรียกราษฎรคนหนึ่งเข้าเฝ้าและตรัสถามถึงอาชีพของเขา ชายคนนั้นตอบว่า “ข้าพระองค์เป็นช่างตีเหล็ก” กษัตริย์จึงสั่งให้เขาไปทำโซ่เหล็กเส้นหนึ่งให้มีความยาวตามที่กำหนด ชายคนนั้นเชื่อฟัง หลายเดือนต่อมาเขานำ โซ่นั้นไปถวายแด่กษัตริย์ อย่างไรก็ตาม แทนที่จะได้รับคำชมในสิ่งที่เขาทำ เขากลับได้รับคำสั่งให้ทำโซ่เส้นนั้นให้ยาวเพิ่มเป็นสองเท่า เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ช่างตีเหล็กจึงนำผลงานของเขาไปถวายกษัตริย์ แต่กลับได้รับคำสั่งอีกครั้งว่า ‘จงกลับไปเพิ่มความยาวอีกเป็นสองเท่า!’ เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุด จอมเผด็จการผู้ชั่วร้ายนั้น ก็สั่งให้ล่ามชายคนนั้นด้วยโซ่ที่เขาสร้างขึ้นเอง และโยนชายผู้น่าสงสารเข้าไปในเตาไฟที่ลุกโชน” สเปอร์เจียนกล่าวเสริมว่า “นั่นคือสิ่งที่มารซาตานทำกับมนุษย์ มันทำให้พวกเขาตีโซ่ตรวนของตัวเอง แล้วมัดมือมัดเท้าพวกเขาด้วยโซ่นั้น แล้วโยนพวกเขาเข้าไปในความมืดภายนอก” เช่นเดียวกับกษัตริย์ผู้โหดร้าย บาปเรียกร้องเก็บราคาอันน่าสะพรึงกลัวจากผู้รับใช้ของมัน พระคัมภีร์กล่าวว่า “ค่าจ้างของความบาปคือความตาย” [โรม 6:23]  …

ลักษณะของพ่อที่รักพระเจ้า – ตอนที่ 2

Thai Editor November 8, 2025 Comments:0

(English Version: “Portrait Of A Godly Father – Part 2 – What To Do!”) ในบทความก่อนหน้านี้ เราได้เห็นสิ่งที่บิดาไม่ควรทำตามคำสั่งของเปาโล ในส่วนแรกของเอเฟซัส 6:4 ที่ว่า “ฝ่ายท่านผู้เป็นบิดาอย่ายั่วบุตรของตนให้เกิดโทสะ”  ในบทความนี้ให้เราดูส่วนที่เหลือของข้อเดียวกัน ซึ่งเขียนว่า “แต่จงอบรมบุตรด้วยการสั่งสอนและการตักเตือนตามหลักขององค์พระผู้เป็นเจ้า” บิดา – สิ่งที่ควรทำ [แง่บวก] แทนที่จะทำให้ลูกๆ รู้สึกขมขื่น โกรธเคือง และท้อแท้ เปาโลเรียกร้องให้คนที่เป็นพ่อทำในด้านบวก: “แต่จงอบรมสั่งสอนเขา”  วลีนี้มาจากคำๆ หนึ่งที่มีความหมายว่า การเลี้ยงดูหรือการทะนุถนอมเพื่อให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ นั่นคือความ รับผิดชอบของพ่อ ที่น่าสนใจคือ อีกครั้งที่คำนี้ปรากฏอยู่ในเอเฟซัส 5:29 ซึ่งแปลว่า “เลี้ยงดู”  เช่นเดียวกับที่พระคริสต์ทรงเลี้ยงดูทะนุถนอม และบำรุงเลี้ยงคริสตจักร สามีก็ควรทำสิ่งเดียวกันนี้ต่อภรรยา กล่าวอีกนัยหนึ่ง สามีคือครู ผู้ฝึกสอน และผู้เลี้ยงดูภรรยา และนำพาพวกเขาไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่…

ลักษณะของพ่อที่รักพระเจ้า – ตอนที่ 1

Thai Editor November 8, 2025 Comments:0

(English Version: “Portrait Of A Godly Father – Part 1 – What Not To Do!”) มีสุภาษิตแอฟริกันกล่าวไว้ว่า “ความพินาศของชาติเริ่มต้นจากครอบครัวของประชาชน” น่าเสียดายที่เราได้เห็นความจริงของสุภาษิตนี้ปรากฏอยู่ในสังคมของเรา ขณะที่ครอบครัวทั่วโลกพังทลายลง และหนึ่งในสาเหตุของปัญหานี้คือผู้เป็นพ่อ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น “พ่อเกเร” ในสายตาของระบบกฎหมาย พ่อเกเรคือผู้ที่ละเลยหน้าที่ของตนเอง กล่าวคือ เช่น ไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูบุตร และโยนความรับผิดชอบทั้งหมดให้กับแม่  ดังนั้น ศาลจึงพยายามแก้ไขปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง โดยลงโทษพ่อเกเรเหล่านี้อย่างรุนแรงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม พ่อประเภท “เกเร” ที่ผมกำลังพูดถึงคือบรรดาพ่อที่ “เกเรฝ่ายวิญญาณ” ในสายพระเนตรของพระเจ้า  พ่อเหล่านี้คือผู้ที่ละเลยหน้าที่ฝ่ายจิตวิญญาณ เขาเหล่านี้คิดว่าตราบใดที่พวกเขายังเลี้ยงดูความต้องการทางร่างกาย วัตถุสิ่งของ และการศึกษา พวกเขาก็ถือว่าได้ทำ “หน้าที่” ของตนแล้ว  ผลที่ตามมาคือมี “เด็กกำพร้าฝ่ายจิตวิญญาณ” ที่เพิ่มขึ้น และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมจึงมีเสียงเรียกหาพ่อที่รักพระเจ้า ปรารถนาทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้ายิ่งขึ้น อัครสาวกเปาโลได้เข้ามาช่วยเหลือผู้ที่ปรารถนาจะเป็นพ่อเช่นนี้ในเอเฟซัส 6:4…