ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง – ตอนที่ 6 – ชื่นชมยินดีในความหวัง

Thai Editor August 22, 2026 Comments:0

(English Version: Rejoicing in Hope) ในศตวรรษที่ 3 มีชายคนหนึ่งที่กำลังจะตาย เขาได้เขียนถ้อยคำอำลาถึงเพื่อนว่า “โลกนี้ช่างเลวร้ายเหลือเกิน แต่ข้าพเจ้าได้พบกับคนกลุ่มหนึ่งที่รักสงบและรักษาความบริสุทธิ์  พวกเขาได้เรียนรู้ความลับอันยิ่งใหญ่ท่ามกลางโลกนี้ พวกเขาได้พบกับความชื่นชมยินดีที่เหนือกว่าความสุขใดๆ ท่ามกลางชีวิตที่เต็มไปด้วยบาปเป็นพันเท่า พวกเขาถูกดูหมิ่นและถูกข่มเหง แต่พวกเขาไม่สนใจ พวกเขามีจิตวิญญาณ พวกเขาเอาชนะโลกได้แล้ว คนเหล่านี้คือคริสเตียน และข้าพเจ้าก็เป็นหนึ่งในนั้น” จากถ้อยคำข้างต้นนั้น คริสเตียนคือผู้ที่มีความชื่นชมยินดีได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับความรื่นรมย์หรือความยากลำบากของโลกนี้ และนั่นคือหัวข้อหลักที่เราจะกล่าวถึงในบทความนี้ ความชื่นชมยินดีเป็นเรื่องเตือนใจที่มีประโยชน์และจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเราทุกคนต่างเผชิญกับปัญหา ความท้อแท้บ้างเป็นครั้งคราว หากปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข ความท้อแท้สามารถนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง ซึ่งทำให้เรารู้สึกเฉยชา  กลัว  และสมองมึนงง  การใช้ชีวิตแต่ละวันสำหรับผู้ที่ต่อสู้กับภาวะซึมเศร้านั้นเป็นเรื่องยากลำบาก และเมื่อกลางวันจบไป กลางคืนก็เป็นการต่อสู้อีกครั้ง การนอนไม่หลับกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง และเมื่อกลางคืนจบไปและเช้ามาถึงอีกครา วงจรสิ้นหวังก็เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ไม่ว่าใครจะเผชิญกับภาวะซึมเศร้าขั้นรุนแรงหรือแม้แต่มีความท้อแท้ ในส่วนแรกของโรม 12:12 มีวิธีรักษา วิธีรักษาที่แท้จริงที่เราทุกคนสามารถสัมผัสได้โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท นั่นคือ “จงชื่นชมยินดีในความหวัง” สังเกตว่าเปาโลไม่ได้แค่พูดว่า “จงชื่นชมยินดี” แต่พูดว่า “จงชื่นชมยินดีในความหวัง” มันสื่อถึงความชื่นชมยินดีเพราะความหวังที่เรามี  ความหวังตามนิยามแล้วหมายถึงสิ่งที่เรายังไม่มีอยู่ในปัจจุบัน…

ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง – ตอนที่ 5 – การรับใช้พระเจ้าอย่างกระตือรือร้น

Thai Editor August 19, 2026 Comments:0

(English Version: Serving the Lord Enthusiastically) หลักฐานอย่างหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงชีวิตโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์คือ การรับใช้พระเจ้าด้วยความกระตือรือร้น หลังจากที่เปาโลสั่งให้ผู้เชื่อมีการเปลี่ยนแปลงโดยรับการรับจิตใจใหม่แล้ว เขาก็ได้ให้คำสั่งนี้ในโรม 12:11 ว่า “อย่าขาดความกระตือรือร้น แต่จงรักษาความร้อนรนฝ่ายจิตวิญญาณของท่านไว้ และรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้า” คำว่า “ขาด” ถูกแปลว่า “ขี้เกียจ” ในมัทธิว 25:26 ที่ซึ่งพระเยซูทรงตำหนิชายที่ได้รับเงินหนึ่งตะลันต์ แล้วเอาไปซ่อนไว้ในดิน แม้แต่ในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิม พระเจ้าก็ทรงตำหนิคนเฉื่อยช้าที่เรียกว่า “คนขี้เกียจ” ตัวอย่างเช่น ในสุภาษิต 6:9 เราพบคำตำหนิที่เฉพาะไปยังคนเฉื่อยช้าว่า “เจ้าคนขี้เกียจ เจ้าจะนอนอยู่อย่างนั้นนานสักเท่าใด? เมื่อไหร่เจ้าจะลุกขึ้นเสียที?”,  ในอิสยาห์ 56:10 พระเจ้าทรงตำหนิผู้นำฝ่ายวิญญาณของอิสราเอลที่ล้มเหลวในการทำหน้าที่ของตน และหนึ่งในแง่มุมของการตำหนินั้นเกี่ยวข้องกับความเกียจคร้านของพวกเขา “คนยามของอิสราเอลตาบอด พวกเขาล้วนขาดความรู้ พวกเขาเป็นสุนัขใบ้ เห่าไม่ได้ พวกเขาเอาแต่นอนฝัน พวกเขารักการหลับใหล”, เยเรมีย์ 48:10 สะท้อนความคิดเดียวกัน “คำสาปแช่งตกอยู่แก่ผู้เฉื่อยช้าในการทำงานที่องค์พระผู้เป็นเจ้ามอบหมายให้” พระเจ้าไม่พอพระทัยกับผู้ที่รับใช้พระองค์ด้วยท่าทีที่ประมาทและเกียจคร้าน ท่าทีที่เราปรนนิบัติพระเจ้าอย่างไรนั้นมีความสำคัญต่อพระองค์ ดังที่พระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ในฮีบรู 12:28-29…

ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง – ตอนที่ 4 – ลักษณะ 3 ประการของความรักด้วยใจจริง

Thai Editor July 20, 2026 Comments:0

(English Version: 3 Characteristics of Sincere Love ) ความหมายเบื้องหลังชื่อของ Ubuntu ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการข้อมูลลีนุซ (Linux) แบบโอเพนซอร์ส นั้นน่าสนใจมาก นักมานุษยวิทยาคนหนึ่งเสนอเกมให้เด็กๆ ในชนเผ่าแอฟริกันเล่น เขาตั้งตะกร้าขนมไว้ใกล้ต้นไม้ และให้เด็กๆ ยืนห่างออกไป 100 เมตร เขาประกาศว่าใครก็ตามที่ไปถึงก่อนจะได้ขนมทั้งหมดในตะกร้า เมื่อเขาพูดว่า “พร้อม! เริ่ม!” คุณรู้ไหมว่าเด็กๆ เหล่านั้นทำอะไร? พวกเขาทั้งหมดจับมือกันวิ่งไปที่ต้นไม้ แบ่งขนมกันกินอย่างสนุกสนาน เมื่อนักมานุษยวิทยาถามพวกเขาว่าทำไมถึงทำเช่นนั้น พวกเขาตอบว่า “Ubuntu” ซึ่งหมายความว่า “คนเราจะมีความสุขได้อย่างไรในเมื่อคนอื่นๆ เศร้าโศก?”  Ubuntu ในภาษาของพวกเขาหมายความว่า “มีฉันอยู่ได้เพราะมีพวกเราอยู่!” นั่นคือความรัก—ไม่ใช่ความรักเพื่อตนเอง แต่เพื่อผู้อื่น และพระคัมภีร์เน้นย้ำถึงความรักแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรักนั้นสำคัญยิ่งนัก แม้กระทั่งในคืนก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ ในบทสนทนาที่ห้องชั้นบน พระเยซูยังทรงย้ำเรื่องการรักซึ่งกันและกันในยอห์น 13:34-35 ว่า “34 เราให้บัญญัติใหม่แก่ท่านทั้งหลาย คือให้รักซึ่งกันและกัน เหมือนอย่างที่เรารักท่านทั้งหลาย…

ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง – ตอนที่ 3 –  ใช้ของประทานฝ่ายจิตวิญญาณเพื่อรับใช้ซึ่งกันและกัน

Thai Editor July 2, 2026 Comments:0

(English Version: Using Our Spiritual Gifts To Serve One Another) ในโรม 12:1-2 เปาโลพูดถึงความรับผิดชอบของผู้เชื่อที่จะถวายทั้งร่างกายและจิตใจของตนเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตแด่พระเจ้าภายใต้แสงแห่งพระเมตตาของพระองค์ ตั้งแต่โรม 12:3 จนถึงส่วนที่เหลือของบทนี้ เปาโลกล่าวถึงความรับผิดชอบของคริสเตียนต่อผู้อื่น—ทั้งผู้เชื่อและผู้ไม่เชื่อ ในโรม 12:3-8 เขาพูดถึงความรับผิดชอบของเราที่จะใช้ของประทานฝ่ายวิญญาณของเราอย่างถ่อมใจเพื่อรับใช้ซึ่งกันและกันภายในคริสตจักรท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เราจะไปดูข้อพระคัมภ์เหล่านี้ เรามาเรียนรู้ความจริงพื้นฐาน 4 ประการ เกี่ยวกับของประทานฝ่ายวิญญาณจาก 1 โครินธ์ 12:7 กันก่อน “การสำแดงของพระวิญญาณนั้นมีแก่ทุกคนเพื่อประโยชน์ร่วมกัน” ความจริง # 1. คริสเตียนทุกคนได้รับของประทานฝ่ายวิญญาณ: “การสำแดงของพระวิญญาณนั้นมีแก่ทุกคน” ความจริง # 2. ของประทานฝ่ายวิญญาณ “ได้รับ” เป็นของขวัญ ไม่สามารถหามาได้หรือเรียกร้องได้ ความจริง # 3. พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นผู้ประทานของประทานฝ่ายวิญญาณ: “การสำแดงของพระวิญญาณนั้นมีแก่” ความจริง # 4.…

ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง – ตอนที่ 2 – ถวายจิตใจของเราแด่พระคริสต์

Thai Editor May 30, 2026 Comments:0

(English Version: Offering Our Minds To Christ) หลังจากที่เปาโลเรียกร้องให้ผู้เชื่อถวายร่างกายของตนเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต อันเป็นผลมาจากการได้รับพระเมตตาของพระเจ้าในโรม 12:1 [ดูที่นี่] แล้ว  เปาโลก็สั่งให้พวกเขาถวายจิตใจของตนด้วยในโรม 12:2 ว่า “อย่าทำตามอย่างชาวโลกนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจเสียใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบพระประสงค์ของพระเจ้าว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัย และอะไรดียอดเยี่ยม” หากจิตใจไม่ยอมจำนนต่อพระเจ้า ร่างกายซึ่งทำตามที่จิตใจปรารถนาจะทำนั้น ก็ไม่สามารถถวายเป็นเครื่องบูชาอันบริสุทธิ์และน่าพอใจแด่พระเจ้าได้! นั่นเป็นเหตุผลที่เปาโลเรียกร้องให้ผู้เชื่อถวายจิตใจของตนแด่พระคริสต์หากพวกเขาแสวงหาการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ในวงการแพทย์ มีคำกล่าวว่า “คุณกินอะไร คุณก็เป็นอย่างนั้น” ในทำนองเดียวกัน ในโลกฝ่ายวิญญาณ พระคัมภีร์กล่าวว่า “คุณคิดอย่างไร คุณก็เป็นอย่างนั้น”  ดังนั้น เปาโลจึงกล่าวถึงจิตใจ ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของความคิดทั้งหมดของเรา และกล่าวว่าจำเป็นต้องมีการฟื้นฟูจิตใจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ร่างกายจะสามารถถวายเป็นเครื่องบูชาที่พอพระทัยได้ โดยสรุปแล้ว ข้อพระคัมภีร์นี้สามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วน: คือมี 2 คำสั่ง ตามด้วยผลที่ตามมาจากการปฏิบัติตามคำสั่งเหล่านั้น คำสั่ง # 1 เน้นในด้านลบ “อย่าทำตามอย่างชาวโลกนี้”…

ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง – ตอนที่ 1 – ถวายร่างกายของเราแด่พระคริสต์

Thai Editor May 30, 2026 Comments:0

(English Version: Offering Our Bodies To Christ) หากคุณปรารถนาที่จะเป็นเหมือนพระเยซูคริสต์มากขึ้นในชีวิตประจำวันของคุณ ผมขอเชิญชวนคุณร่วมเดินทางไปกับพระธรรมโรมบทที่ 12 บทนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในบทที่สำคัญที่สุดในพระคัมภีร์ เพราะกล่าวถึงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปโดยพระคริสต์นั้นควรมีลักษณะอย่างไร ดังนั้น นี่คือบทความที่ 1 ชื่อเรื่องว่า “ถวายร่างกายของเราแด่พระคริสต์” โดยอ้างอิงจากโรม 12:1  ในชุดบทความ “ชีวิตที่เปลี่ยนแปลง” (หมายเหตุ: คุณอาจเริ่มหัดท่องจำ  ใคร่ครวญ และอธิษฐานผ่านข้อพระคัมภีร์เฉพาะในบทนี้ ที่แต่ละบทความจะกล่าวถึงเรื่องราวระหว่างการเดินทางของชีวิตที่เปลี่ยนแปลง) ***************************************** หญิงคริสเตียนคนหนึ่งถามศิษยาภิบาลว่า “ช่วยให้ความหมายสั้นๆ ของการอุทิศตนหน่อยได้ไหมคะ?” ศิษยาภิบาลยื่นกระดาษเปล่าให้แล้วตอบว่า “คือการเซ็นชื่อของคุณที่ด้านล่างของกระดาษเปล่าแผ่นนี้ แล้วปล่อยให้พระเจ้าเติมเนื้อหาของกระดาษตามแต่ที่พระองค์ทรงประสงค์” นั่นแหละคือแก่นแท้ของการอุทิศตน! คือการมอบชีวิตของเราให้แก่พระองค์โดยไม่ถามคำถามใดๆ! คือการอุทิศตนอย่างเต็มที่ให้แก่พระเจ้าและพระประสงค์ของพระองค์ตลอดเวลา! คือชีวิตแห่งการยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไข! ในสมัยพันธสัญญาเดิม พระเจ้าทรงบัญชาให้ประชากรของพระองค์ถวายสัตว์บูชาตามเวลาที่กำหนด แต่หลังจากที่พระเยซูทรงเสียสละครั้งเดียวบนไม้กางเขนแล้ว พระเจ้าไม่ทรงต้องการสัตว์บูชาตามเวลาที่กำหนดอีกต่อไป แต่ทรงต้องการให้ประชากรของพระองค์ถวายร่างกายและจิตใจของตน—ไม่ใช่แค่ในบางเวลา—แต่ตลอดเวลา—ในฐานะเครื่องบูชาที่มีชีวิต นั่นคือประเด็นสำคัญของโรม 12:1-2 โรม 12:1-2 “1ดังนั้น พี่น้องทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์…

ผู้เป็นสุขหรือผู้ได้รับพระพร – บุคคลผู้ใดถูกข่มเหง ผู้นั้นเป็นสุข

Thai Editor May 30, 2026 Comments:0

(English Version: Blessed Are The Persecuted)  นี่เป็นบทความที่ 9 ในชุดซีรี่ย์บทความเกี่ยวกับผู้เป็นสุข – ที่มาจากพระธรรมมัทธิว 5:3-12 ซึ่งพระเยซูเจ้า ทรงอธิบายถึงทัศนคติ 8 ประการที่ควรมีในชีวิตของผู้เชื่อทุกคนที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ติดตามพระองค์ การแสวงหาที่จะมีทัศนคติเหล่านี้ขัดต่อวัฒนธรรมโลก นั่นเป็นเหตุผลที่วิถีชีวิตแห่งผู้เป็นสุขสามารถอธิบายได้ว่าเป็น “ความเชื่อแบบนั้นทวนกระแส” ในโพสต์นี้เราจะพิจารณาถึงทัศนคติที่แปด ซึ่งเป็นทัศนคติประการสุดท้าย – นั่นคือความอดทนต่อการข่มเหงที่มาจากการใช้ชีวิตคริสเตียนของเรา พระเยซูทรงอธิบายเรื่องนี้ในมัทธิว 5:10-12 ว่า  “10บุคคลผู้ใดต้องถูกข่มเหงเพราะเหตุความชอบธรรม ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าอาณาจักรแห่งสวรรค์เป็นของเขา 11เมื่อเขาจะติเตียนข่มเหงและนินทาว่าร้ายท่านทั้งหลายเป็นความเท็จเพราะเรา ท่านก็เป็นสุข 12จงชื่นชมยินดีอย่างเหลือล้น เพราะว่าบำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์ เพราะเขาได้ข่มเหงศาสดาพยากรณ์ทั้งหลายที่อยู่ก่อนท่านเหมือนกัน” ****************************** ผู้เชื่อสาวชาวอเมริกันคนหนึ่งถูกฆาตกรรมในอิรักเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความผิดของเธอคืออะไร? เธอไปที่นั่นเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นโดยการจัดหาน้ำสะอาดให้กับผู้ลี้ภัย แต่ที่น่าทึ่งคือ เธอได้เขียนจดหมายถึงคริสตจักรของเธอเพื่อให้พวกเขาอ่านหากเธอถูกฆ่า “เมื่อตามการทรงเรียกของพระเจ้า ไม่มีสิ่งใดต้องเสียใจ” เธอเขียน “ฉันไม่ได้ถูกเรียกให้ไปยังสถานที่……. ฉันถูกเรียกไปยังพระองค์…การเชื่อฟังคือเป้าหมายของฉัน การทนทุกข์คือสิ่งที่คาดหวังไว้ พระสิริของพระองค์คือรางวัลของฉัน และพระสิริของพระองค์คือรางวัลของฉันแล้ว” เธอเขียนจดหมายถึงศิษยาภิบาลให้อ่านในงานศพของเธอว่า “จงกล้าหาญและประกาศพระกิตติคุณที่จะช่วยชีวิตผู้อื่น เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้อื่น …

ผู้เป็นสุขหรือผู้ได้รับพระพร – บุคคลผู้ใดสร้างสันติ ผู้นั้นเป็นสุข

Thai Editor April 3, 2026 Comments:0

(English Version: Blessed Are The Peacemakers) นี่เป็นบทความที่ 8 ในชุดซีรี่ย์บทความเกี่ยวกับผู้เป็นสุข – ที่มาจากพระธรรมมัทธิว 5:3-12 ซึ่งพระเยซูเจ้า ทรงอธิบายถึงทัศนคติ 8 ประการที่ควรมีในชีวิตของผู้เชื่อทุกคนที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ติดตามพระองค์ ในโพสต์นี้เราจะพิจารณาถึงทัศนคติที่เจ็ดที่อธิบายไว้ในมัทธิว 5:9 ว่า “บุคคลผู้ใดสร้างสันติ ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าจะได้เรียกเขาว่าเป็นบุตรของพระเจ้า” ************************* การหาสันติสุขในโลกที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและสงครามมากมายนี้ ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง ประเทศต่างๆ ทำสงครามกัน ชุมชนต่างๆ ทำสงครามกัน คริสตจักรต่างๆ ทำสงครามกัน คู่สมรสทำสงครามกัน และพ่อแม่กับลูกๆ ก็ทำสงครามกัน สงคราม สงคราม และสงครามอีกมากมาย! ถึงกระนั้น ท่ามกลางความวุ่นวายทั้งหมดนี้ พระเยซูทรงส่งลูกๆ ของพระองค์ออกไปสู่โลกนี้ในฐานะผู้สร้างสันติ ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ที่รักสันติ ปรารถนาสันติ และหวังสันติ แต่เป็นผู้ที่สร้างสันติจริงๆ! ผู้ที่มีหนทางที่จะสร้างสันติ—สันติที่แท้จริงระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ และสันติระหว่างมนุษย์ด้วยกัน คำว่า “ผู้สร้างสันติ” เป็นการรวมกันของสองคำ คือ…

ผู้เป็นสุขหรือผู้ได้รับพระพร บุคคลผู้ใดมีใจบริสุทธิ์ ผู้นั้นเป็นสุข

Thai Editor April 1, 2026 Comments:0

(English Version: Blessed Are The Pure in Heart) นี่เป็นบทความที่ 7 ในชุดซีรี่ย์บทความเกี่ยวกับผู้เป็นสุข – ที่มาจากพระธรรมมัทธิว 5:3-12 ซึ่งพระเยซูเจ้า ทรงอธิบายถึงทัศนคติ 8 ประการที่ควรมีในชีวิตของผู้เชื่อทุกคนที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ติดตามพระองค์ ได้โพสต์นี้เราจะพิจารณาถึงทัศนคติที่หกที่อธิบายไว้ในมัทธิว 5:8 ว่า “บุคคลผู้ใดมีใจบริสุทธิ์ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้เห็นพระเจ้า” ********************************************************************************* สมมติว่าคุณทำการสำรวจความคิดเห็นแบบสุ่มกับคนที่ไม่ใช่คริสเตียน และถามพวกเขาว่า ขอหนึ่งสิ่งที่พวกเขาอยากเห็นคืออะไร—หมายถึง หนึ่งสิ่งที่พวกเขาปรารถนาที่จะเห็นจริงๆ; ผมไม่เชื่อว่าจะมีคนตอบว่า “ฉันอยากเห็นพระเจ้า ฉันอยากสัมผัสถึงการทรงสถิตอยู่ของพระองค์” เพราะ โลกนี้ไม่ต้องการอะไรที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าและ การทรงสถิตอยู่ของพระองค์  ในทางกลับกันกับคริสเตียนแท้ เมื่อถูกถามคำถามเดียวกันนี้ จะตอบว่า “ฉันอยากเห็นพระเจ้า อยากเห็นพระพักตร์ของพระคริสต์ ฉันอยากสัมผัสถึงการทรงสถิตอยู่ของพระองค์” ซึ่งเป็นความปรารถนาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับของโลก! อย่างไรก็ตาม การปรารถนาที่จะเห็นพระเจ้าและอยู่กับพระองค์เป็นเรื่องหนึ่ง และการมั่นใจว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง  ดังนั้น เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจะได้อยู่ในสวรรค์และเห็นพระเจ้า? พระเยซูคริสต์ทรงตอบคำถามนั้นในมัทธิว 5:8 เมื่อพระองค์ตรัสว่า “บุคคลผู้ใดมีใจบริสุทธิ์ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้เห็นพระเจ้า” …

ผู้เป็นสุขหรือผู้ได้รับพระพร – ผู้ใดมีใจกรุณาผู้นั้นเป็นสุข

Thai Editor March 19, 2026 Comments:0

(English Version: Blessed Are The Merciful) ‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬‬ นี่เป็นบทความที่ 6 ในชุดซีรี่ย์บทความเกี่ยวกับผู้เป็นสุข – ที่มาจากพระธรรมมัทธิว 5:3-12  ซึ่งพระเยซูเจ้าทรงอธิบายถึงทัศนคติ 8 ตระการประการที่ควรมีในชีวิตของผู้เชื่อทุกคนที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ติดตามพระองค์  ในโพสต์นี้ เราจะพิจารณาถึงทัศนคติที่ห้าที่อธิบายไว้ในมัทธิว 5:7 ว่า “ บุคคลผู้ใดมีใจกรุณา ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเค้าจะได้รับพระกรุณา” **************************************************** เมื่อจอห์น เวสลีย์เป็นมิชชันนารีในจอร์เจีย ผู้ว่าการรัฐเจมส์ โอกเลธอร์ปมีทาสคนหนึ่งที่ขโมยเหยือกไวน์และดื่มมัน โอกเลธอร์ป ต้องการลงโทษชายคนนั้นด้วยการทุบตี  ดังนั้น Wesley จึงไปหาโอกเลธอร์ป และอ้อนวอนเพื่อทาสคนนั้น และผู้ว่าการรัฐกล่าวว่า “ผมต้องการแก้แค้น ผมไม่เคยให้อภัย”  ซึ่งจอห์น เวสลีย์ตอบว่า “ผมหวังต่อพระเจ้าว่า คุณไม่เคยทําบาป” ไม่เพียงแต่ในสมัยของเวสลีย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงในสมัยของพระเยซูด้วยที่ความเมตตามักถูกดูหมิ่น มันเป็นสัญญาณของความอ่อนแอสําหรับชาวกรีกและโรมันที่จะแสดงความเมตตา นักปรัชญาชาวโรมันคนหนึ่งกล่าวว่า “ความเมตตาเป็นโรคร้ายต่อจิตวิญญาณ” เมื่อต้องอยู่ในวัฒนธรรมเช่นนั้น พระเยซูทรงประกาศด้วยถ้อยคำที่น่าตกใจว่า “บุคคลผู้ใดมีใจกรุณา ผู้นั้นเป็นสุข…