อย่าประหลาดใจเมื่อพบกับความยากลำบาก

Thai Editor July 26, 2025 Comments:0

(English Version: “Don’t Be Surprised When You Go Through Suffering”) ในช่วงกลางคริสตศตวรรษที่ 15 พระคัมภีร์ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ  เมืองแฮดลีย์เป็นหนึ่งในสถานที่แรกๆ ในอังกฤษที่ ได้รับพระคัมภีร์เป็นภาษาอังกฤษ  ดร. โรว์แลนด์ เทย์เลอร์ เป็นศิษยาภิบาลของแฮดลีย์ที่เทศนาพระวจนะของพระเจ้าอย่าง ซื่อสัตย์  ดังที่คาดไว้ เขาได้รับคำสั่งให้ไปปรากฏตัวต่อหน้าบิชอปและลอร์ดชานเซลเลอร์ในลอนดอน เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นคน นอกรีต แต่จะได้รับโอกาสที่จะเปลี่ยนจุดยืนของเขาเกี่ยวกับพระคัมภีร์ มิฉะนั้นจะถูกเผาทั้งเป็นที่หลักประหาร เขาตอบอย่างกล้าหาญว่า “ข้าพเจ้าจะไม่ละทิ้งการเทศนาความจริง และข้าพเจ้าขอบคุณพระเจ้าที่ทรงเรียกให้ข้าพเจ้ามีค่าควร แก่การทนทุกข์เพื่อพระวจนะของพระองค์”  เขาถูกส่งกลับไปที่แฮดลีย์ทันทีเพื่อถูกเผา  ระหว่างทาง เขาดูมีความสุขและรื่นเริง มากจนใครก็ตามที่เฝ้าดูคงคิดว่าเขากำลังจะไปงานเลี้ยงหรืองานแต่งงาน  คำพูดของเขาที่พูดกับทหารยามมักทำให้พวกนั้น ร้องไห้ขณะที่เขาเรียกร้องให้พวกทหารสำนึกผิดจากการดำเนินชีวิตที่ชั่วร้ายและเลวทราม พวกเขาประหลาดใจที่ได้เห็น ดร.เทย์เลอร์มีความมั่นคง  กล้าหาญ  มีความยินดี และยินดีที่ได้ตาย เมื่อทั้งหมดเดินทางไปถึงสถานที่ที่ ดร.เทย์เลอร์จะถูกเผา เขากล่าวกับผู้เชื่อทุกคนซึ่งรวมตัวกันอยู่ที่นั่นด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า “ข้าพเจ้าไม่ได้สอนอะไรท่านเลยนอกจากพระวจนะอันบริสุทธิ์ของพระเจ้าและบทเรียนที่ข้าพเจ้าได้นำมาจากพระคัมภีร์ไบเบิลซึ่งเป็นหนังสืออันบริสุทธิ์ของพระเจ้า ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่ในวันนี้เพื่อจะผนึกตรามันด้วยเลือดของข้าพเจ้าเอง” เขาคุกเข่าลง อธิษฐาน และเดินไปที่หลักประหาร  เขาจูบเสาไม้นั้น…

ที่มืดต้องการแสงสว่าง

Thai Editor July 15, 2025 Comments:0

(English Version: “Dark Places Need Bright Lights”) ผู้หญิงคนหนึ่งเคยปรึกษากับศิษยาภิบาลของเธอว่า “ฉันทนไม่ไหวแล้ว ฉันเป็นคริสเตียนคนเดียวในที่ทำงาน เจอแต่คำ เยาะเย้ยและถากถาง มันมากเกินกว่าที่จะทนได้ ฉันจะลาออก”  “คุณบอกผมได้ไหม” ศิษยาภิบาลถาม “ว่าแสงสว่างจะถูก วางไว้ที่ไหน?”  “มันเกี่ยวอะไรด้วย!” เธอถามเขาอย่างตรงไปตรงมา “ไม่เป็นไร ตอบมาก่อนครับว่า แสงสว่างจะถูกวางไว้ที่ ไหน?”  “ฉันคิดว่าวางในที่มืด” เธอตอบ  และศิษยาภิบาลก็พูดว่า “ใช่! พระเจ้าทรงวางคุณไว้ในที่ๆ มีความมืดทางจิตวิญญาณ มากมายและไม่มีคริสเตียนคนอื่นที่จะส่องแสงให้เขา” เป็นครั้งแรกที่คริสเตียนสาวตระหนักถึงโอกาสที่เป็นของเธอ และเหตุนี้เธอจึงไม่สามารถทำให้พระเจ้าผิดหวังด้วยการปล่อยให้ แสงของเธอดับไป เธอกลับไปทำงานด้วยความมุ่งมั่นใหม่ที่จะปล่อยให้แสงสว่างของเธอส่องไปที่มุมมืดนั้น  ในที่สุดเธอได้ กลายเป็นเครื่องมือในการนำผู้หญิงอีกเก้าคนไปสู่แสงสว่างของพระเยซูคริสต์ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเธอตระหนักว่าตัวเองถูก วางไว้ในสถานที่มืดมิดเพื่อที่จะเปล่งประกายอย่างสดใส ในทำนองเดียวกัน  เช่นเดียวกับผู้หญิงคนนั้น  เราทุกคนต้องตระหนักว่าเราถูกเรียกให้เป็นแสงสว่างในโลกที่มืดมิดรอบตัวเรา ฟีลิปปี 2:14-16 อธิบายว่าคริสเตียนเป็นแสงที่ส่องสว่างอย่างเจิดจ้า เช่นเดียวกับดวงอาทิตย์  ดวงจันทร์  และดวงดาวที่ส่อง สว่างในจักรวาลที่มืดมิด ผู้เชื่อควรนำแสงสว่างมาสู่จิตใจที่มืดมิดของผู้คนรอบข้างพวกเขา เมื่อพระเยซูทรงอธิบายแก่ผู้ติดตามพระองค์ว่าพวกเขาเป็นแสงสว่างของโลก…

การเอาชนะความท้อแท้

Thai Editor July 8, 2025 Comments:0

(English Version: “Defeating Discouragement”) ในหนังสือชื่อ Eternity ผู้เขียน โจว สโตว์เวล เล่าเรื่องจริงของ ดูเวงน์ “สก๊อตต์” และ เจเน๊ต วิลลิส พวกเขาเป็นพ่อแม่ของลูกเก้า คน  ดูเองน์เป็นครูและเป็นอาจารย์ดูแลที่คริสตจักรในย่าน Mount Greenwood ทางตอนใต้ของชิคาโก พวกเขาเป็นคู่สามีภรรยาที่รักพระเจ้า อุทิศตนเพื่อพระเจ้าและครอบครัวของตน  พวกเขาไม่ได้ตกอยู่ในความอยากได้อยากมีตามอย่างโลกที่อยู่รอบตัว แต่มีความสุขและพอใจที่ได้ทำในสิ่งที่สำคัญบางอย่าง เช่น – การเลี้ยงดูครอบครัวและดูแลฝูงแกะที่คริสตจักร วันหนึ่ง สก๊อตต์, เจเน๊ต, และลูกอีกหกคนขึ้นรถตู้คันใหม่เพื่อขับไปทางเหนือสู่เมืองมิลวอกีเพื่อไปเยี่ยมลูกคนโต ขณะที่ พวกเขาขับต่อไปทางเหนือบนทางหลวง ชิ้นโลหะขนาดใหญ่หล่นลงมาจากรถบรรทุกที่อยู่ข้างหน้าพวกเขา  มันปลิวอย่างแรง ทะลุถังน้ำมันด้านล่างและเกิดประกายไฟที่ผิวถังน้ำมัน ทันใดนั้น เปลวไฟก็ลุกลามไหม้รถตู้ของพวกเขา มีเพียงสก๊อตต์ และเจเน๊ต เท่านั้นที่รอดชีวิต ไฟไหม้ได้เผาผลาญเด็กทั้งหกคน เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้เราตั้งคำถามว่า ทำไมต้องเป็นพวกเขา? ทำไมพระเจ้าประทานลูกให้พวกเขา แล้วจู่ๆ ก็พรากลูกไป? และทำไมในโลกนี้เต็มไปด้วยพ่อแม่ที่ไม่ใส่ใจและทำร้ายลูกตัวเอง? พระเจ้ายอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวที่มีพ่อแม่ที่ เป็นคนดีเช่นนี้ได้อย่างไร? และพูดตรงๆ…

พระคุณพระเจ้า – คำที่แสนหวาน

Thai Editor June 26, 2025 Comments:0

(English Version: “Amazing Grace – How Sweet The Sound”) บทเพลงสรรเสริญอันมีชื่อเสียงเพลงหนึ่งของคริสเตียน หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นบทเพลงสรรเสริญที่โด่งดังที่สุดก็คือเพลงที่แต่งโดยจอห์น นิวตัน ชื่อว่า “Amazing Grace”  ตัวของจอห์น นิวตัน เองเคยใช้ชีวิตที่บาปหนา ได้ค้นพบพระคุณอันน่าอัศจรรย์จนทำให้เขาได้ประพันธ์บทเพลงสรรเสริญอันยอดเยี่ยมนี้ที่ทั้งคริสเตียนและผู้ที่ไม่ใช่คริสเตียนหลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม หลายศตวรรษก่อนที่จอห์น นิวตันจะแต่งเพลงสรรเสริญนี้ ความจริงในเนื้อเพลงนี้ได้สะท้อนถึงชายคนหนึ่งที่พบพระคุณพระเจ้าในชั่วโมงสุดท้ายของชีวิตได้เป็นอย่างดี  จากคำตรัสทั้งเจ็ดของพระเยซูเจ้าที่ถูกบันทึกไว้ในขณะที่พระองค์ถูกตรึงบนไม้กางเขน มีถ้อยคำแสนหวานที่พระองค์ได้ทรงปลอบประโลมโจรร้ายที่กลับใจว่า “เราบอกความจริงแก่เจ้าว่า วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในเมืองบรมสุขเกษม” [ลก. 23:43] ถ้อยคำนี้แสดงให้เห็นว่าชายคนนี้พบพระคุณของพระเจ้าในชั่วโมงสุดท้ายของชีวิตเขา  คำเหล่านี้ที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเยซูได้ให้ความหวังแก่จิตวิญญาณที่สิ้นหวังอย่างมากมาย เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ในลูกา 23:39-43 สอนเราว่าไม่สายเกินไปเลยสำหรับคนบาปที่กลับใจจะได้รับพระคุณแห่งความรอดอันน่าอัศจรรย์จากพระเจ้า  มาเรียนรู้ความจริงบางประการเกี่ยวกับการกลับใจ, ความเชื่อ, และความสัมพันธ์ของมันที่มีกับพระคุณแห่งความรอด ตามที่เราได้เห็นในเหตุการณ์นี้  พร้อมกับการประยุกต์ใช้ 2 ประการ I. หลักฐานแห่งการไม่กลับใจ [39] เมื่อพิจารณาการกระทำของโจรที่ไม่สำนึกผิด เราจะเห็นลักษณะ 2 ประการที่แสดงถึงการไม่กลับใจ 1. ไม่เกรงกลัวพระเจ้า  “ฝ่ายคนหนึ่งในผู้ร้ายที่ถูกตรึงไว้จึงพูดหยาบช้าต่อพระองค์ว่า…

ความเข้าใจผิด 3 ประการเกี่ยวกับความพอใจ

Thai Editor June 16, 2025 Comments:0

(English Version: “3 Misconceptions Concerning Contentment”) เด็กสาวคนหนึ่งมีคุณพ่อเป็นคนขี้บ่นตลอดเวลาได้พูดกับแม่ของเธอว่า “หนูรู้ว่าทุกคนในครอบครัวนี้ชอบอะไร จอห์นนี่ชอบแฮมเบอร์เกอร์  เจนนี่ชอบไอศกรีม  วิลลี่ชอบกล้วย  และแม่ชอบไก่”  พ่อของเธอถามด้วยความหงุดหงิดที่ตัวเองไม่อยู่ในรายชื่อ จึงถามว่า “แล้วพ่อล่ะ! พ่อชอบอะไร”  เด็กน้อยไร้เดียงสาตอบว่า “พ่อชอบทุกอย่างที่พวกเราไม่มีค่ะ”  แม้ว่าเราอาจขำกับคำพูดนี้ แต่ถ้าเราซื่อสัตย์กับตัวเอง พวกเราหลายคน – แม้แต่ที่เป็นคริสเตียน – ก็เป็นเหมือนกับคุณพ่อรายนี้  ปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะมีความเข้าใจผิดหลายอย่างเกี่ยวกับเรื่องความพอใจ  บทความนี้พยายามเน้นถึงความเข้าใจผิดทั่วไป 3 ประการที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้และมีคำตอบจากพระคัมภีร์สำหรับแต่ละประเด็น ความเข้าใจผิด # 1  ความพอใจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ โดยทั่วไปแล้ว เรามักจะมองว่าการแสดงความไม่พอใจต่อสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ในชีวิตเป็นปฏิกิริยาตอบสนองทั่วไปของมนุษย์ปกติ  ท้ายที่สุดแล้ว ‘ฉันก็เป็นมนุษย์ ฉันต้องระบายออกมาบ้างเป็นครั้งคราว’ คำตอบจากพระคัมภีร์: อย่างไรก็ตาม หากพระเจ้ามองว่าความไม่พอใจเป็นปฏิกิริยาที่ “ปกติ” เหตุใดพระองค์จึงทรงมีคำสั่งสอนมากมายให้เราระวัง? เช่น คำสั่งต่อไปนี้เกี่ยวกับความจำเป็นในการมีความพอใจ – “จงพอใจในค่าจ้างของตน” [ลก. 3:14], “จงพอใจกับสิ่งที่ท่านมี” [ฮบ.…

อุปนิสัย 3 ประการในการตามพระเจ้าที่นำไปสู่ความสำเร็จอันแท้จริง!

Thai Editor June 4, 2025 Comments:0

(English Version: “3 Godly Habits That Lead To True Success!”) เอสรา เป็นชายผู้รักพระเจ้า ชีวิตของเขาถูกบรรยายไว้ในพันธสัญญาเดิม ชีวิตของเอสราแสดงให้เห็นถึงความลับของความสำเร็จที่แท้จริงและยั่งยืนตามแบบที่พระเจ้าทรงตั้งไว้  เอสราเป็นครูสอนพระวจนะของพระเจ้า เขาได้รับประสบการณ์แห่ง “พระหัตถ์อันเปี่ยมด้วยพระคุณของพระเจ้า” [อีกนัยหนึ่งคือความสำเร็จที่แท้จริง] ในชีวิตของเขา [เอสรา 7:9] อันเป็นผลจากการฝึกฝนอุปนิสัย 3 ประการในการตามพระเจ้า  ในเอสรา 7:10 กล่าวว่า “เพราะเอสราได้ตั้งใจของท่านที่จะศึกษาธรรมบัญญัติของพระเจ้า และกระทำตามและสอนกฎเกณฑ์และกฎหมายของพระองค์ในอิสราเอล” ข้อพระธรรมนี้สอนเราว่าใจของเอสราตั้งมั่นหรือทุ่มเทให้กับการฝึกฝนอุปนิสัย 3 ประการ: (1) ศึกษาพระวจนะของพระเจ้า (2) ปฏิบัติตามพระวจนะของพระเจ้า และ (3) สอนพระวจนะของพระเจ้า มาดูนิสัยแต่ละประการเหล่านี้กัน หากเราปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับเอสรา – ความสำเร็จที่แท้จริงตามแบบที่พระเจ้าทรงตั้งไว้ อุปนิสัย # 1  เช่นเดียวกับเอสรา เราก็ต้องตั้งใจศึกษาพระวจนะของพระเจ้าอย่างขยันขันแข็งเช่นกัน “เพราะเอสราได้ตั้งใจของท่านที่จะศึกษาธรรมบัญญัติของพระเจ้า” นิสัยอย่างแรกและสำคัญที่สุดที่เอสราตั้งใจจะทำคือการตั้งใจจะแสวงหาและศึกษาพระวจนะของพระเจ้า [อีกคำหนึ่งที่ใช้เรียกคือธรรมบัญญัติ/พระราชบัญญัติของพระเจ้า]…

พระเจ้าทรงระลึกถึงคุณแม้คุณจะรู้สึกว่าถูกพระองค์ทอดทิ้งก็ตาม

Thai Editor May 29, 2025 Comments:0

(English Version: “The Lord Remembers You – Even When You Feel Abandoned By Him!”) คุณเคยรู้สึกว่าถูกพระเจ้าทอดทิ้งเพราะต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากเป็นเวลานานหรือไม่? บางทีอาจเป็นเพราะปัญหาทางการเงิน  ปัญหาสุขภาพ  หรือปัญหาครอบครัว  ไม่ว่าความทุกข์ยากจะเป็นอะไร คุณมีปฏิกิริยาอย่างไร: (1) ผิดหวังในพระเจ้า? (2) โกรธพระองค์? (3) ท้อแท้และหดหู่? (4) อดทนรอให้พระองค์นำการช่วยกู้มาในเวลาของพระองค์? ในโพสต์นี้ จุดประสงค์ของผมคือเพื่อหนุนใจเราทุกคน  เมื่อเราเผชิญกับการทดลองที่กินระยะเวลายาวนาน จากคำถามข้างต้นให้เราเลือกตอบสนองตามหมายเลข 4 – อดทนรอให้พระเจ้านำการช่วยกู้มาในเวลาของพระองค์ แต่มันพูดง่ายกว่าทำ  แล้วเราจะพัฒนาการตอบสนองที่ถูกต้องได้อย่างไร – โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูเหมือนว่าไม่มีการบรรเทาจากความทุกข์แห่งการทดลองเลย  ผมเชื่อว่าคำตอบขึ้นอยู่ที่การยอมรับความจริงในพระคัมภีร์ข้อนี้: พระเจ้าไม่เคยลืมลูกๆ ของพระองค์  พระองค์จำพวกเขาได้  แม้ว่าพวกเขาจะ “รู้สึก” ว่าถูกพระองค์ทอดทิ้ง! ตัวอย่างของการที่พระเจ้าทรงระลึกถึงประชากรของพระองค์ โนอาห์  ครั้งแรกที่เราอ่านว่าพระเจ้าทรงระลึกถึงประชากรของพระองค์คือในปฐมกาล 8:1, “แต่พระเจ้าทรงระลึกถึงโนอาห์”…

นรก – ความจริงและผลกระทบของมัน – ตอนที่ 2

Thai Editor May 22, 2025 Comments:0

(English Version: “Hell – Its Realities and Implications – Part 2”) นี่เป็นบทความที่สองและบทความตอนท้ายในเรื่องชุด “นรก – ความจริงและผลกระทบ”  จากตอนที่ 1 เราได้เห็นความจริง 4 ประการของนรกดังต่อไปนี้: 1. นรกเป็นสถานที่ที่มีอยู่จริง 2. นรกเป็นสถานที่แห่งการทรมานที่รู้สึกตัวอยู่ชั่วนิรันดร์ 3. นรกเป็นสถานที่ที่คนชั่วและคนดีจะอยู่รวมกัน 4. นรกเป็นสถานที่ที่ไม่มีความหวัง เมื่อพิจารณาจากความจริงอันน่าสยดสยองเหล่านี้ ต่อไปนี้คือผลกระทบ 4 ประการ – ผลกระทบ 3 ประการสำหรับคริสเตียน และ 1 ประการสำหรับคนที่ไม่ใช่คริสเตียน ผลกระทบสำหรับคริสเตียน 1. เราควรขอบคุณพระเจ้าเสมอ พระเยซูทรงร้องเสียงดังบนไม้กางเขนว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนพระองค์ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย” [มัทธิว 27:46]  และเพราะพระองค์ถูกทอดทิ้ง ทำให้เราผู้ซึ่งวางใจในพระเยซูด้วยพระคุณของพระเจ้าจะไม่มีวันถูกทอดทิ้ง  กล่าวอีกนัยหนึ่ง…

นรก – ความจริงและผลกระทบของมัน – ตอนที่ 1

Thai Editor May 14, 2025 Comments:0

(English Version: “Hell – Its Realities and Implications – Part 1”) นรกไม่ใช่หัวข้อสนทนาที่คนนิยม – แม้แต่ในคริสตจักร  แต่อย่างไรก็ตาม นรกเป็นหัวข้อสำคัญและเร่งด่วนเพราะพระคัมภีร์กล่าวถึงนรกไว้มากมาย  ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าหัวข้อนี้ทำให้เราสบายใจหรืออึดอัด แต่มันเป็นความจริงอันยากจะยอมรับที่เราต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับชีวิตนิรันดร์ของตัวเราเอง! เมื่อร้อยกว่าปีก่อน เจ.ซี. ไรล์ นักเทศน์ผู้รักพระเจ้า เขียนเกี่ยวกับนรกไว้ว่า “คนเฝ้ายามที่ไม่เตือนภัยเมื่อเห็นไฟไหม้มีความผิดฐานบกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง  หมอที่บอกว่าเรากำลังจะหายป่วยเมื่อเรากำลังจะตายเป็นเพื่อนจอมปลอม  และศิษยาภิบาลที่ไม่เทศนาเรื่องนรกแก่คริสตจักรของเขาก็ไม่ใช่คนซื่อสัตย์หรือเป็นผู้ที่มีความรัก” เนื่องจากผมมุ่งมั่นที่จะมีทั้งความซื่อสัตย์และความรัก  ผมจึงต้องการกล่าวถึงเรื่องนรกโดยอธิบายให้เห็นในความจริง 4 ประการของนรกและผลที่จะตามมาของความจริงเหล่านี้ ความเป็นจริง #1 นรกเป็นสถานที่ที่มีอยู่จริง เพียงเพราะมีคนไม่เชื่อในนรก ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่จริง  นรกคือสถานที่จริงที่มีอยู่จริง  ถ้านรกไม่ใช่สถานที่จริง เหตุใดพระเยซูจึงไม่เพียงแค่เตือนเราเท่านั้น – แต่ยังทรงมาตายแทนเราเพื่อที่เราจะไม่ต้องไปที่นั่น  ใน มัทธิว 10:28 พระเยซูเตือนเราว่า “อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย แต่ไม่มีอำนาจที่จะฆ่าจิตวิญญาณ แต่จงกลัวพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ ที่จะให้ทั้งจิตวิญญาณทั้งกายพินาศในนรกได้” คำพูดเหล่านี้ไม่สมเหตุสมผลเลยถ้านรกไม่มีอยู่จริง  ถ้าเราเชื่อว่ามีสวรรค์จริง…

อันตราย 4 ประการจากการรักเงินทอง

Thai Editor May 8, 2025 Comments:0

(English Version: “4 Dangers Of Loving Money”) แจ็ค เบนนี่ นักแสดงตลกวัยชราแสดงละครให้เห็นว่าเงินสามารถกลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรามากกว่าสิ่งอื่นใด ฉากคือเขากำลังเดินไปตามทางทันใดนั้นก็มีโจรพร้อมอาวุธเข้าจี้เขาและถามว่า “เงินของแกหรือชีวิตของแก!”  แจ็คหยุดชะงักและอึ้งไปนาน โจรถามอย่างใจร้อนว่า “ว่าไง?”  นักแสดงตลกตอบว่า “อย่าเร่งซิ ฉันกำลังเลือกอยู่” (ในชีวิตจริงของแจ็คนั้นทุกคนรู้ว่าเขาเป็นคนใจกว้างมาก!) แม้ว่าเราอาจขำกับเรื่องนี้ แต่มันเป็นตลกร้ายที่แสดงว่าเงินสามารถครอบงำเราได้  ไม่น่าแปลกใจที่พระคัมภีร์ได้มีคำเตือนมากมายเกี่ยวกับอันตรายของความร่ำรวย  คำเตือนเหล่านั้นส่วนใหญ่มาจากพระโอษฐ์ขององค์เยซูเจ้าเอง  ดังตัวอย่างข้างล่างนี้: มัทธิว 6:24 “ท่านจะปรนนิบัติพระเจ้าและเงินพร้อมกันไม่ได้” ลูกา 12:15 “จงระวังและเว้นเสียจากความโลภ เพราะว่าชีวิตของบุคคลใดๆ มิได้อยู่ในของบริบูรณ์ซึ่งเขามีอยู่นั้น” ผู้เขียนฮีบรูเตือนเราว่า “ท่านจงพ้นจากการรักเงิน จงพอใจในสิ่งที่ท่านมีอยู่” [ฮีบู 13:5] แน่นอนว่าคำเตือนเกี่ยวกับการรักเงินนั้นไม่ได้เป็นเพียงคำสอนในพันธสัญญาใหม่เท่านั้น  แม้ในพระบัญญัติสิบประการเองในข้อที่สิบก็เป็นข้อห้ามไม่ให้มีความโลภด้วย “อย่าโลภ” [อพยพ 20:17] การมุ่งหลงปรารถนาในเงินนั้นนำมาซึ่งอันตรายหลายประการ  เราจะกล่าวถึงอันตรายสี่ประการ: อันตรายประการที่ 1  มันสามารถทำให้เราไว้วางใจในเงินมากกว่าพระเจ้า ขุนนางหนุ่มผู้มั่งคั่งมาหาพระเยซูเพื่อถามเกี่ยวกับชีวิตนิรันดร์เป็นตัวอย่างชั้นดี [มาระโก 10:17-22]  ชายผู้นี้หลงรักเงินทองของตนอย่างสุดหัวใจและเกาะติดมันไม่ยอมปล่อย…