อันตรายของความเย่อหยิ่ง
(English Version: “Dangers of Pride”) ในปี ค.ศ. 1715 พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสเสด็จสวรรคต กษัตริย์พระองค์นี้ทรงสถาปนาพระองค์เองว่าเป็น “มหาราชผู้ยิ่งใหญ่” และทรงโอ้อวดอย่างภาคภูมิใจว่า “เราคือรัฐ!” ในสมัยของพระองค์ ราชสำนักของพระองค์เป็นราชสำนักที่งดงามที่สุดในยุโรป พระศพของพระองค์ก็ออกแบบมาเพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ และมันช่างงดงามตระการตาเกินบรรยาย พระศพของพระองค์บรรจุอยู่ในโลงศพทองคำ และเพื่อเน้นย้ำถึงความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ผู้ล่วงลับโดยเฉพาะ จึงมีคำสั่งให้จุดไฟในมหาวิหารอย่างสลัวๆ แต่วางเทียนเล่มพิเศษที่สว่างไสวไว้เหนือโลงศพของพระองค์ ฝูงชนจำนวนมากที่มารวมตัวกันเพื่อร่วมพิธีศพต่างรอคอยอย่างเงียบเชียบ จากนั้น มัสซิลลอน ซึ่งต่อมาได้เป็นบิชอปแห่งแคลร์มอนต์ ได้เอื้อมมือลงไปดับเทียนเล่มพิเศษนั้นอย่างช้าๆ แล้วกล่าวว่า “มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่!” เราทุกคนจำเป็นต้องจดจำความจริงอันเรียบง่ายนี้ไว้เสมอ นั่นคือ พระเจ้าเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่ พระองค์เท่านั้นที่จะได้รับการเชิดชูและยกย่องให้สูงส่งเหนือทุกสรรพสิ่ง พระองค์คือพระผู้สร้าง เราคือผู้ถูกสร้างซึ่งถูกกำหนดให้มานมัสการพระองค์! อย่างไรก็ตาม แทนที่จะบูชาพระเจ้าที่แท้จริง เรากลับหันไปบูชาตนเอง เพราะตกเป็นเหยื่อของบาป โดยเฉพาะอย่างยิ่งบาปแห่งความเย่อหยิ่ง หากมีบาปหนึ่งที่ทำลายจิตวิญญาณของผู้คนมากกว่าบาปอื่นใด บาปนั้นก็คือบาปแห่งความเย่อหยิ่ง เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความเย่อหยิ่งนั้นแอบแทรกซึมอยู่ในทุกอนูทุกหนทุกแห่ง และความจริงก็คือ ความหยิ่งเย่อหยิ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ มันมีมาตั้งแต่แรกในสวนเอเดนแล้ว ในบทความนี้ เรามาพิจารณาถึงอันตรายของความเย่อหยิ่งและการเยียวยามันให้หายไป โดยจากการตั้งคำถามและคำตอบง่ายๆ…
